ตอนที่ 9 ศูนย์ปืน




                    ไม่มีข้อสงสัยในบรรดาปืน custom ที่สร้างเพื่อการแข่งขัน ต่างก็ใช้ศูนย์หลังแบบปรับได้ของ bomar ซึ่งมีความเที่ยงตรงแม่นยำ ในการปรับตั้งทั้งยังมีความทนทานเป็นอย่างมาก นอกจากรุ่น bmcs ยอดนิยมแล้วยังมีรุ่นที่เป็นสะพานยาวตลอดหรือ bomar rib ซึ่งเป็นที่นิยม ของนักกีฬา bullseye ในต่างประเทศด้วย
                    ศูนย์หลังของ bomar ยังมีผู้ใช้ปืนบางรายนิยมใช้กับปืนต่อสู้อีกด้วยโดยจะเลือกรุ่นที่มีการลบมุมของใบศูนย์ เหตุผลที่เลือกใช้ศูนย์ bomar ในปืนต่อสู้เนื่องจากกระสุน .45 ในท้องตลาดมีน้ำหนักหัวและความเร็วต่างกันการใช้ศูนย์หลังแบบปรับได้ก็จะสามารถปรับตำบลที่กระสุนตก ให้ตรงกับแบบของกระสุนได้โดยสะดวก ไม่ต้องใช้วิธีเล็งเผื่อแบบศูนย์ตาย
                    ศูนย์หน้าในปืนแข่งขันมักจะมีขนาดความกว้างของใบค่อนข้างใหญ่และโย้หลังนิดๆ เพื่อช่วยบังแสงเรียกว่า undercut post ในปืน ลำกล้องยาว 5นิ้วมักจะใช้ศูนย์ที่มีความหนา 3.8 มิลลิเมตร เพื่อลดช่องไฟกับร่องศูนย์หลังทำให้แบ่งซ้ายขวาได้ละเอียดขึ้น แต่นักกีฬาบางท่านใช้ศูนย์หน้าขนาด 4-4.2 มิลลิเมตรเพื่อลดช่องไฟให้เหลือน้อยที่สุด ปัญหาที่พบในการใช้ใบศูนย์หน้าโตมากๆคือ ถ้าสภาพสนามหรือช่องยิงมีแสงน้อย ก็จะจัดศูนย์ได้ยากมาก ดังนั้นใบศูนย์หน้าขนาด 3.8 มิลลิเมตรจึงน่าจะเหมาะสมที่สุด
                    ความสูงของใบศูนย์หน้าจะมีขนาด 3.9มิลลิเมตรด้วยความสูงขนาดนี้เมื่อคุณยกปืนขึ้นเล็งจะพบว่ามีความสูงเท่ากับร่องศูนย์หลัง พอดีแต่บางครั้งการปรับแต่งลำกล้องของช่างปืนทำได้ไม่ดี ตำแหน่งโคนลำกล้องล๊อคขึ้นสูงมากเกินไปเพื่อหวังจะให้ร่องขัดกลอนฝังตัวกับร่องสไลด์ ค่อนข้างลึกส่งผลให้แนวลำกล้องชี้ลงต่ำ เราก็จำเป็นจะต้องลดความสูงของศูนย์หน้าลงเพื่อจะได้ไม่ต้องปรับใบศูนย์หลังให้ยกลอยตัวมากเกินไป การปรับใบศูนย์หลังให้ยกตัวลอยสูงขึ้นมากเกินไปไม่เป็นผลดีครับ ศูนย์หลังจะเสียความแข็งแรงและพบอาการกระพือได้ เกลียวของน๊อตที่ใช้ปรับสูงต่ำก็จะจับอยู่กับฐานน้อยมากไม่มั่นคงมีโอกาสที่เกลียวจะรูดได้ครับ

 

                    นักกีฬาหลายท่านในบ้านเรามีข้อสงสัยว่าจะเลือกปืน 1911 ที่มีขนาดความยาวลำกล้อง 5 นิ้วหรือ 6 นิ้วดี มีคำอธิบายอย่างนี้ครับ ปืน 1911 ลำกล้อง 5 นิ้ว หรือ 6 นิ้วลำพังตัวปืนเองมีความแม่นยำอยู่ในระดับเดียวกัน แรงรีคอยล์ของปืน 6 นิ้ว จะมีน้องกว่าเนื่องจากความยาว ของตัวลำกล้องและมวลของสไลด์ที่มีมากขึ้น เหตุผลที่นักกีฬาบางท่านชอบปืน 6 นิ้วเพราะตามทฤษฎีแล้ว ปืนที่มีระยะศูนย์ยาวกว่าย่อมจัดศูนย์ได้ ละเอียดกว่า ก็มีส่วนจริงครับ แต่คุณจะได้ประโยชน์จากระยะศูนย์ก็ต่อเมื่อคุณถือปืนได้นิ่งจริงๆ เท่านั้น
                    ในมือระดับทั่วไป ระยะศูนย์ที่ยาวขึ้นกลับสร้างผลเสียครับ เมื่อคุณนิ่งไม่จริง ศูนย์หน้าก็จะแกว่งมากทำให้คุณไม่มีความมั่นใจหรือไม่ กล้าลั่นไก เพราะภาพศูนย์ที่คุณเห็นมันไม่ยอมอยู่นิ่งสักที
                    ศูนย์หลังอีกชนิดหนึ่งที่นักกีฬาใช้คือ aristocrat ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษคือจะมีแกนลูกเบี้ยวทำงานร่วมกับสกรูตัวหนอน 3 ตัว สามารถ ปรับระยะสูงต่ำไว้ล่วงหน้าได้ 3 ระดับ เช่น เบอร์ 1 ยิง 15 เมตร ,เบอร์ 2 ยิง 25 เมตร ,เบอร์ 3 ยิง 50 เมตร ก็สามารถปรับตั้งไว้ได้เลย เมื่อเปลี่ยนระยะยิงคุณก็แค่ปรับแกนลูกเบี้ยวไปที่ เบอร์ 1,2,3 ตามต้องการโดยไม่ต้องมาคอยปรับใบศูนย์หลังด้วยสกรูปกติซึ่งจะต้อง คอยจำว่า ปรับยกขึ้นหรือเอาลงกี่คลิ๊ก
                     ในบ้านเราถึงแม้ว่าจะยิงแข่งระยะเดียวก็สามารถใช้ประโยชน์จากศูนย์นี้ได้ครับ เช่น เบอร์1 ยิงลูก 185 เกรน เบอร์ 2 200 เกรน เบอร์3 230 เกรน ซึ่งกระสุนที่มีน้ำหนักหัวต่างกันจะสูงต่ำไม่เท่ากันครับ
                     นักกีฬามือใหม่มักจะพบปัญหาในการปรับศูนย์ คือสับสนว่าต้องปรับใบศูนย์ไปทางไหน จะหมุนเข้าหรือคลายออกดีเพราะปืนกระบอกอื่น ของตัวเองเช่นปืนลูกโม่มีเกลียวปรับสลับทางกัน วิธีแก้ปัญหามีง่ายๆครับ คุณไม่ต้องจำว่าจะไขเข้าหรือคลายออก จำไว้อย่างเดียวว่าต้องการ ให้กลุ่มกระสุนไปทางไหนก็ให้ปรับใบศูนย์หลังไปทางนั้นครับ ขอขอบพระคุณที่ติดตามแล้วพบกันตอนหน้าครับ