|
ความต้องการของนักกีฬาแข่งขันกีฬายิงปืน นอกจากความแม่นยำสูงสุดที่ตัวปืนจะทำได้แล้ว
คือ ความเรียบ นุ่มนวล ความสม่ำเสมอ ของชุดลั่นไก
เมื่อนักกีฬาจัดศูนย์ปืนได้เข้าที่แล้ว
จังหวะของการลั่นไกมีผลอย่างมากต่อกลุ่มกระสุนบนเป้า น้ำหนักไก และความเรียบลื่นไม่มีผลโดยตรงต่อกลุ่มกระสุน
คือไม่ได้ช่วยให้ปืนแม่นขึ้น แต่ช่วยให้คุณยิงแม่นได้ง่ายขึ้น
ชุดลั่นไกของปืน 1911
ประกอบด้วย ตัวไก, ดิสคอนเน็คเตอร์, เซียร์, นกสับ, แหนบสปริง, และสปริงเมนนกสับ
บทความตอนนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้อ่านศึกษาแล้วนำไปปรับแต่งปืนด้วยตนเอง
การแต่งไกเป็นงานที่ละเอียดอ่อนต้องใช้ทักษะและประสบการณ์อย่างสูง
การปรับแต่งไกอย่างผิดวิธีหรือขาดความชำนาญ สามารถสร้างความเสียหายให้กับชิ้นส่วนของชุดลั่นไก
และอันตรายจากชุดลั่นไกทำงานผิดพลาดจนควบคุมไม่ได้ คือคุณเหนี่ยวไกเพียงครั้งเดียว
แต่ปืนจะรัวออกไปจนหมดแม็กกาซีน ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง
จุดแรกที่จะทำการปรับแต่งชุดลั่นไก
ปืน 1911 คือตัวไก จะต้องมีความพอดีกับปืน ความสูงของแป้นตัวไกมักจะทำมาเกินขนาด
เพื่อให้ช่างปรับแต่งให้พอดีกับปืน เมื่อคุณสอดตัวไกเข้าทางด้านหลังคุณต้องมองดูว่า
ติดอยู่ด้านบนหรือด้านล่าง (ส่วนมากมักจะเป็นด้านบน) ขณะตรวจสอบต้องดูด้วยว่าสะพานไกอยู่ในแนวตรงพอดีกับช่องสะพาน
ค่อย ๆปรับแต่งลดความสูงทีละน้อยจนคุณสามารถสอดไกเข้าไปได้สุด แล้วทดลองเหนี่ยวดูว่ามีความฝืดหรือไม่
ถ้าคุณปรับแต่งตัวไกจนมองเห็นช่องไฟเล็ก ๆ เมื่อมองจากด้านหลัง นั่นแสดงว่าตัวไกพอดีแล้ว
และช่องไฟนี้จะต้องไม่มากเกินไป จนทำให้ตัวไกสามารถโยกในแนวบน-ล่างได้
ซึ่งจะส่งผลให้สะพานไกด้านหลังจะโยกตัวได้เช่นกัน และจะทำให้จังหวะการลั่นไกไม่สม่ำเสมอ
ถ้าตัวไกพอดีแล้ว แต่ยังพบความฝืดนั่นหมายถึงความไม่พอดีของสะพานไกกับช่องสะพาน,
สะพานไกอาจจะคดไม่ได้ฉาก หรือกว้างมากเกินไป คุณจะต้องดัดสะพานไกให้มีความพอดีและคล่องตัว
และต้องดูด้วยว่า เมื่อคุณบีบสะพานไกให้แคบลงจนคล่องตัวแล้วนั้นมากเกินไปจนเสียดสีตัวแมกกาซีนหรือไม่
ในปืนแข่งขัน 1911 ตัวไกมักจะทำด้วยวัสดุน้ำหนักเบา
เช่น อลูมิเนียมเจาะรูลดน้ำหนัก หรือโพลิเมอร์ และสะพานไกก็จะมีขนาดบาง
หน้าสัมผัสน้อยเพื่อลดความฝืด หรือบางยี่ห้อก็จะมีสะพานไกทำด้วยไททาเนี่ยม
ยิ่งตัวไกมีความเบามากเท่าใดก็จะยิ่งมีผลดีคือ
ลดโอกาสที่ไกจะกระดอนถอยหลัง ในจังหวะถูกกระตุ้นตอนสไลด์ปิด ซึ่งจะช่วยไม่ให้เกิดปัญหานกตามได้
จุดต่อมา คือ ปลายเซียร์
จะต้องมีความเรียบลื่น และได้ฉาก บางคนพยายามลดความยาวของปลายเซียร์
ด้วยความเชื่อว่าจะทำให้การปลดล็อคเร็วขึ้น ซึ่งไม่เป็นความจริง ถึงแม้ว่าคุณจะลดความยาวของปลายเซียร์ลง
ตัวนกก็จะตามมาเกาะด้วยแรงดันของสปริงอยู่ดี
แง่นกสับเป็นจุดที่จะต้องทำการปรับแต่งด้วยความระมัดระวัง
ความสูงของแง่จะต้องมีความสูงระหว่าง .018 นิ้ว ถึง .020 นิ้ว แง่นกจะต้องมีความฉากและขนาน
การปรับแต่งหน้าสัมผัสระหว่างนกกับเซียร์ มีผลต่อน้ำหนักไกและความเรียบอย่างมาก
อาการตื้อของจังหวะหลุด อยู่ที่องศาของแง่นก ประกอบกับความสูงของแง่
การปรับองศาแง่นกจะต้องใช้ความชำนาญในการมองมุมเป็นอย่างมาก เราสามารถตรวจสอบความสัมพันธ์ของนกและเซียร์ด้วยการร้อยสลักนกและเซียร์ไว้ด้านนอกของเฟรมปืน
แล้วมองด้วยแว่นขยาย ถ้าเราเปิดองศาแง่นกมากเกินไปเพื่อให้ได้น้ำหนักเบา
เซียร์ก็จะเกาะไม่อยู่ในขณะปืนทำงานทำให้นกตามได้เช่นกัน เมื่อเราปรับแต่งมุมของแง่นกเรียบร้อยแล้ว
ก็ให้ขัดเงาด้วยหินเซรามิคอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ความลื่นของหน้าสัมผัส
สปริงเมนนกสับของปืน 1911
ก็มีผลต่อน้ำหนักไกเช่นกัน ค่าความแข็งของสปริงเมนนกสับต่ำสุดคือ 17
ปอนด์ การลดความแข็งของสปริงเมน ไม่แนะนำให้ตัดสปริงเดิมให้สั้นลง
เพราะตัวนกจะทำงานช้า สปริงที่มีแรงดันต่ำจะต้องเป็นสปริงที่มีขนาดความโตของลวดเล็กลง
และมีความยาวรวมหรือจำนวนข้อเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยกำลัง จะช่วยให้ตัวนกสับทำงานเร็ว
หรือที่เรียกว่า LOCK TIME สั้นนั่นเอง
|