ตอน 7 การแต่งไก ปืน 1911




        ความต้องการของนักกีฬาแข่งขันกีฬายิงปืน นอกจากความแม่นยำสูงสุดที่ตัวปืนจะทำได้แล้ว คือ ความเรียบ นุ่มนวล ความสม่ำเสมอ ของชุดลั่นไก
        เมื่อนักกีฬาจัดศูนย์ปืนได้เข้าที่แล้ว จังหวะของการลั่นไกมีผลอย่างมากต่อกลุ่มกระสุนบนเป้า น้ำหนักไก และความเรียบลื่นไม่มีผลโดยตรงต่อกลุ่มกระสุน คือไม่ได้ช่วยให้ปืนแม่นขึ้น แต่ช่วยให้คุณยิงแม่นได้ง่ายขึ้น
        ชุดลั่นไกของปืน 1911 ประกอบด้วย ตัวไก, ดิสคอนเน็คเตอร์, เซียร์, นกสับ, แหนบสปริง, และสปริงเมนนกสับ
        บทความตอนนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้อ่านศึกษาแล้วนำไปปรับแต่งปืนด้วยตนเอง การแต่งไกเป็นงานที่ละเอียดอ่อนต้องใช้ทักษะและประสบการณ์อย่างสูง การปรับแต่งไกอย่างผิดวิธีหรือขาดความชำนาญ สามารถสร้างความเสียหายให้กับชิ้นส่วนของชุดลั่นไก และอันตรายจากชุดลั่นไกทำงานผิดพลาดจนควบคุมไม่ได้ คือคุณเหนี่ยวไกเพียงครั้งเดียว แต่ปืนจะรัวออกไปจนหมดแม็กกาซีน ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง
        จุดแรกที่จะทำการปรับแต่งชุดลั่นไก ปืน 1911 คือตัวไก จะต้องมีความพอดีกับปืน ความสูงของแป้นตัวไกมักจะทำมาเกินขนาด เพื่อให้ช่างปรับแต่งให้พอดีกับปืน เมื่อคุณสอดตัวไกเข้าทางด้านหลังคุณต้องมองดูว่า ติดอยู่ด้านบนหรือด้านล่าง (ส่วนมากมักจะเป็นด้านบน) ขณะตรวจสอบต้องดูด้วยว่าสะพานไกอยู่ในแนวตรงพอดีกับช่องสะพาน ค่อย ๆปรับแต่งลดความสูงทีละน้อยจนคุณสามารถสอดไกเข้าไปได้สุด แล้วทดลองเหนี่ยวดูว่ามีความฝืดหรือไม่ ถ้าคุณปรับแต่งตัวไกจนมองเห็นช่องไฟเล็ก ๆ เมื่อมองจากด้านหลัง นั่นแสดงว่าตัวไกพอดีแล้ว และช่องไฟนี้จะต้องไม่มากเกินไป จนทำให้ตัวไกสามารถโยกในแนวบน-ล่างได้ ซึ่งจะส่งผลให้สะพานไกด้านหลังจะโยกตัวได้เช่นกัน และจะทำให้จังหวะการลั่นไกไม่สม่ำเสมอ
        ถ้าตัวไกพอดีแล้ว แต่ยังพบความฝืดนั่นหมายถึงความไม่พอดีของสะพานไกกับช่องสะพาน, สะพานไกอาจจะคดไม่ได้ฉาก หรือกว้างมากเกินไป คุณจะต้องดัดสะพานไกให้มีความพอดีและคล่องตัว และต้องดูด้วยว่า เมื่อคุณบีบสะพานไกให้แคบลงจนคล่องตัวแล้วนั้นมากเกินไปจนเสียดสีตัวแมกกาซีนหรือไม่
        ในปืนแข่งขัน 1911 ตัวไกมักจะทำด้วยวัสดุน้ำหนักเบา เช่น อลูมิเนียมเจาะรูลดน้ำหนัก หรือโพลิเมอร์ และสะพานไกก็จะมีขนาดบาง หน้าสัมผัสน้อยเพื่อลดความฝืด หรือบางยี่ห้อก็จะมีสะพานไกทำด้วยไททาเนี่ยม
        ยิ่งตัวไกมีความเบามากเท่าใดก็จะยิ่งมีผลดีคือ ลดโอกาสที่ไกจะกระดอนถอยหลัง ในจังหวะถูกกระตุ้นตอนสไลด์ปิด ซึ่งจะช่วยไม่ให้เกิดปัญหานกตามได้
        จุดต่อมา คือ ปลายเซียร์ จะต้องมีความเรียบลื่น และได้ฉาก บางคนพยายามลดความยาวของปลายเซียร์ ด้วยความเชื่อว่าจะทำให้การปลดล็อคเร็วขึ้น ซึ่งไม่เป็นความจริง ถึงแม้ว่าคุณจะลดความยาวของปลายเซียร์ลง ตัวนกก็จะตามมาเกาะด้วยแรงดันของสปริงอยู่ดี
        แง่นกสับเป็นจุดที่จะต้องทำการปรับแต่งด้วยความระมัดระวัง ความสูงของแง่จะต้องมีความสูงระหว่าง .018 นิ้ว ถึง .020 นิ้ว แง่นกจะต้องมีความฉากและขนาน การปรับแต่งหน้าสัมผัสระหว่างนกกับเซียร์ มีผลต่อน้ำหนักไกและความเรียบอย่างมาก อาการตื้อของจังหวะหลุด อยู่ที่องศาของแง่นก ประกอบกับความสูงของแง่ การปรับองศาแง่นกจะต้องใช้ความชำนาญในการมองมุมเป็นอย่างมาก เราสามารถตรวจสอบความสัมพันธ์ของนกและเซียร์ด้วยการร้อยสลักนกและเซียร์ไว้ด้านนอกของเฟรมปืน แล้วมองด้วยแว่นขยาย ถ้าเราเปิดองศาแง่นกมากเกินไปเพื่อให้ได้น้ำหนักเบา เซียร์ก็จะเกาะไม่อยู่ในขณะปืนทำงานทำให้นกตามได้เช่นกัน เมื่อเราปรับแต่งมุมของแง่นกเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ขัดเงาด้วยหินเซรามิคอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ความลื่นของหน้าสัมผัส
        สปริงเมนนกสับของปืน 1911 ก็มีผลต่อน้ำหนักไกเช่นกัน ค่าความแข็งของสปริงเมนนกสับต่ำสุดคือ 17 ปอนด์ การลดความแข็งของสปริงเมน ไม่แนะนำให้ตัดสปริงเดิมให้สั้นลง เพราะตัวนกจะทำงานช้า สปริงที่มีแรงดันต่ำจะต้องเป็นสปริงที่มีขนาดความโตของลวดเล็กลง และมีความยาวรวมหรือจำนวนข้อเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยกำลัง จะช่วยให้ตัวนกสับทำงานเร็ว หรือที่เรียกว่า LOCK TIME สั้นนั่นเอง

        สปริงแหนบหรือบางทีเราเรียกว่า สปริงเซียร์ แบ่งเป็น 2 ชนิด มีแบบ 3 ชาย ซึ่งเป็นแบบปกติ และแบบ 4 ชาย ซึ่งมักเป็นที่นิยมในปืนแต่ง แหนบ 3 ชาย เมื่อมองจากทางด้านปืนเข้าไป ตัวซ้ายสุดจะทำหน้าที่กดขาเซียร์ ให้เซียร์พลิกไปเกาะแง่นก ในขณะที่ปืนทำงานแต่ละครั้ง ตังกลางทำหน้าที่ ดันดิสคอนเนคเตอร์ พร้อมกับดันไกกลับ ส่วนตัวขวาทำหน้าที่ดันหลังอ่อน ซึ่งไม่มีผลต่อการแต่งน้ำหนักไก ส่วนแหนบ 4 ชาย จะแบ่งตัวกลางออกเป็น 2 ขา แยกการดันดิสคอนเน็คเตอร์ออกจากการดันไกกลับ และใช้อีกขาหนึ่งมาดันที่ตัวไกโดยตรง มักจะใช้ในกรณีที่ดิสคอนเน็คเตอร์และสะพานไกมีช่วงฟรี เพื่อลดอาการไกกระดอนกลับ
        การลดน้ำหนักไกต้องอาศัยความชำนาญในการดัดสปริงแหนบให้มีแรงต้านน้อยลง แต่ต้องมีกำลังมากพอที่จะให้ทุกชิ้นส่วนทำงานได้เป็นปกติ
        การตรวจสอบหลังการปรับแต่งไกว่ามีความพอดีและปลอดภัยหรือไม่ ทำได้โดยการดึงสไลด์ถอยหลังแล้วปล่อยทันทีโดยที่นิ้วอุบไกถอยหลังไว้ ทำซ้ำหลาย ๆ ครั้งนกจะต้องไม่ตก จากนั้นค้างคันล๊อคสไลด์แล้วปลดล๊อคโดยไม่ต้องอุบไก นกจะต้องไม่ตกเช่นเดียวกัน ถ้ามีอาการนกตกในจังหวะสไลด์ปิดและไม่ได้อุบไก นั่นหมายถึงแหนบที่ดันดิสคอนเน็คเตอร์หรือสะพานไกมีกำลังน้อยเกินไป จนตัวไกเกิดอาการกระดอนถอยหลังแล้วดันดิสคอนเน็คเตอร์มาปลดเซียร์ทำให้นกตาม
        อย่างที่เรียนให้ทราบในตอนต้นแล้วว่า การแต่งไกต้องอาศัยความชำนาญอย่างมาก การทำให้น้ำหนักไกเบานั้นไม่ยาก แต่เบาแล้วปลอดภัยยากกว่ามากมาย ถ้าไม่แน่ใจจริง ๆ ว่าตัวเองจะทำได้ แนะนำให้ส่งช่างครับ อย่าพยายามทำเอง เพราะผมเคยเห็นคนที่พลาดแล้วเกิดความเสียหายอย่างมากมายอย่างคาดไม่ถึงมาแล้ว พบกันใหม่ตอนหน้าครั