|
เรื่องเหล็กที่ใช้ในการผลิตปืน
Custom นั้น ผมจะไม่ลงลึกไปในรายละเอียดถึงระดับโลหะวิทยานะ ครับ เพราะค่อนข้างซับซ้อนเกินไป
เกรงว่าผู้อ่านจะเบื่อเสียก่อน เอาเป็นว่าเหล็กที่เป็นที่ยอมรับในวง
การอุตสาหกรรมผลิตปืน ว่ามีความเหมาะสมและดีที่สุดในเวลานี้คือ คาร์บอนสตีล
4140 ที่ขึ้นรูปด้วย การ Forge เท่านั้น
การ
Forge คือการขึ้นรูปด้วยโลหะด้วยความร้อนลักษณะเดียวกับการตีดาบ หรือเกีอกม้าในสมัยก่อน
แต่ ในการสร้างปืนไม่ใช้ซ้อนตีนะครับ โรงงานจะมีแท่น Hydralic ขนาดใหญ่
ทำหน้าที่เหมือนฆ้อน ขนาดยักษ์ทุบโลหะที่ถูกเผาร้อน ด้วยอุณหภูมิประมาณ
1850F เพื่อให้ได้รูปร่างหยาบ ๆ ของชิ้นงานที่ ต้องการ ซึ่งจะมีความหนาแน่นของเนื้อโลหะในระดับสูง
ต่างกับการผลิตของโรงงานบางแห่ง ซึ่งใช้ วิธีหล่อชิ้นงานในแม่พิมพ์ทำให้ผลิตได้ง่าย
รวดเร็วและมีต้นทุนถูกว่า ขอให้เปรียบเทียบระหว่าง โครงปืนลูกโม่ของ
Smith และ Ruger นะครับ Smith ใช้วิธี Forge Ruger ใช้วิธีหล่อในแม่พิมพ์
ดังนั้น โครงของ Ruger จึงจำเป็นต้องหนา เพราะความหนาแน่นในเนื้อโลหะสู้แบบ
Forge ไม่ได้ ถ้าโครง บางเท่า Smith จะทนไม่ไหวครับ แถมยังโฆษณาเกทับปืน
Smith ด้วยว่าหนากว่าย่อมดีกว่า ส่วน Smith ก็ได้ว่า หนากว่าย่อมดีกว่าแน่ถ้าเป็นแฮมเบอร์เกอร์ไม่ใช่ปืน
เมื่อเราได้ชิ้นงานที่ขึ้นรูปหยาบ
ๆ ด้วยการ Forge แล้ว ในผู้ผลิตปืนบางรายที่ต้องการลดต้นทุนและ เวลาในการผลิตก็จะนำไปกัดไสตัดแต่งตามที่ต้องการจนเสร็จสิ้น
แล้วจึงนำไปชุบแข็งเป็นขั้นตอนสุด ท้าย แต่ผู้ผลิตปืน Custom ระดับสูงจะไม่ทำอย่างนั้นครับ
เขาจะเอาชิ้นงานหยาบไปชุบแข็งก่อน แล้ว จึงนำไปกัดไสตัดแต่งด้วยเครื่อง
CNC ซึ่งมีข้อดีกว่ามากคือ ชิ้นงานจะไม่มีการบิดงอระหว่างกัดไส ทำ
ให้ได้ความเที่ยงตรงอย่างเต็มที่ ขอ้เสียคือ เพิ่มต้นทุนและเวลาครับ
เพราะชิ้นงานชุบแข็งแล้วทำงาน ได้ยากกว่า เครื่องมือและดอกกัดก็สึกหรอเร็วกว่า
แต่งานที่ได้นับว่าคุ้มค่ามาก ถ้าเราจะหวังผลสูงสุด เรื่องความแม่นยำ
ความทนทานตลอดจนชื่อเสียงของผู้ผลิตเอง และนี้ก็เหตุผลอันหนึ่งที่ทำให้ปืน
Custom คุณภาพดีมีราคาแพง
ตอนหน้าเราจะมาว่าถึงเรื่องลำกล้องและการปรับลำกล้องเข้ากับตัวปืน
โปรดติดตามนะครับ
|